วิเคราะห์วิจารณ์ Night at the Museum 2 - ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม 2 มหึมาพิพิธภัณฑ์ ดับเบิ้ลมันส์ทะลุโลก
เขียนโดย Administrator    วันพุธที่ 22 เมษายน 2009 เวลา 08:34    PDF พิมพ์ อีเมล
(2 votes, average: 4.00 out of 5)

รายละเอียดภาพยนตร์คลิกหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ทางด้านขวาบนครับ

ร่วมกันวิจารณ์ แบ่งปัน ความคิดเห็นต่อภาพยนตร์ต่อเพื่อน ทั้งที่ไปดูแล้ว และยังไม่ได้ดู

และยังมีคำวิเคราะห์วิจารณ์ โดยทีมงาน raknang และรวบรวมมาจากที่ต่างๆ

ขอความร่วมมือด้วยครับ ถ้าจะ สปอยล์หรือSpoil หรือแสดงเนื้อหาบ้างส่วนของภาพยนตร์ ขอความร่วมมือ ช่วยใส่คำว่า สปอยล์หรือSpoil ให้ชัดเจนก่อนถึงบทความด้วยครับ ขอบคุณครับ

 

 

คำวิเคราะห์วิจารณ์ โดยทีมงาน raknang และรวบรวมมาจากที่ต่างๆ

1.(Spoil)ลูกอบรสเขียด : waveminator.bloggang.com

ไปดูมาวันนี้ครับสำหรับหนังที่ติด Top 10 ของผมครับ ที่ภาคเเรกนั้นทำได้ดีมากเลยครับ ผมก็เลยต้องไปพิสูจน์กันซะหน่อย เเต่เห็นคะเเนนจากกระทู้ของคุณ จูริง เเล้วก็ ต้องลดความหวังลงหน่อย มาเริ่ม Review กันเลยครับ

Night At The Museum 2 ที่ผมชอบภาคเเรกมากๆ จนผมบ้าครั้งดูไป 15 รอบ (เอง) จนเเผ่น (ผี) ของผมเจ๋งไปเเล้ว เดี๋ยวไปหาเเผ่นเเท้มาใหม่ หนังภาค 2 นี้เป็นเรื่องราวเหมือนเดิมคือ ทั้ง Museum นี้ต้องเผชิญกับตัวร้ายใหม่ใน Museum Smithsonian ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีทั้งรูปปั้นหลายๆอย่างเช่น อับราหัม ลินคอนล์ หรือเเม้เเต่บุคคลที่ยิ่งใหญ่เเห่งอเมริกาอย่าง General George Armstrong Custer ที่เป็นเเห่งยิ่งใหญ่ของอเมริกา เเต่ในหนังนั้นเอาไปยำซะเละทำให้เขากลายเป็นตุ๊ดเเตก เเล้วหนังนั้นเริ่มขึ้นเมื่อ Dexter ลิงตัวเเสบได้ขโมยเเผ่นจารึกไปที่ Museum ใหม่เเห่งนี้ นอกจากจะการที่พล๊อตเรื่องเเปลกเเหวกเเนวกว่าทุกเรื่องเเล้ว หนังในภาคต่อนี้ยังได้ Amy Adams มาเล่นเป็นนางเอกของเรื่องหรือจะเป็นพระเอกของเรื่องจากภาคที่เเล้วอย่าง Ben Stiller เเละนักเเสดงทีมเดิมที่เขาการันตีความสนุกเช่น Owen Wilson , Steve Coogan , Robin Williams เเต่เมื่อเข้าไปดูจนจบออกมาผมว่าหนังมันผลิตมาโดยคนอเมริกาโดยเฉพาะเลย เพราะจากที่หลายๆฉากของหนังนั้นมันต้องการมให้เป็นมุขประวัติศาสตร์ ของอเมริกาทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นการที่ General George Armstrong Custer นั้นได้ตอบพระเอกว่า "เราเป็นอเมริกัน เราไม่ต้องคิดเเผน" มุขนี้นั้นหลายคนอาจจะเเป๊กเเต่ดีที่หนังนั้นได้เพิ่มมุขให้ทั้งโลกต้องขำ (มั้ง) กับการที่ชนเหล็กด้านบน

หรือเเม้เเต่ฉากที่หนังน่าจะต้องการทำขำโดยการที่ทำให้บุคคลในประวัติศาสตร์ที่ได้รา
งวัลอย่าง ไอสไตน์ โดยการที่หนังนั้นทำให้ ไอสไตน์ โดนจับทรงผมเเล้วบ่น หนังนั้นอาจจะทำให้คนไทยขำได้โดยการที่หนังนำเอาความ "น่ารัก" ของตุ๊กตาตัวนี้มาทำให้ขำ เเต่ที่จริงหนังอยากให้ขำว่าเขาได้ล้อเลียน ไอสไตน์ ไปเเล้วว่า "เขาในอดีตนั้น ไม่อยากให้จับทรงผมจริงๆ" เเต่คนเราคนไทย ใจนักเรียน [ไม่ใช่เเละ !?] จึงไม่ได้ขำมุขนี้เท่าไหรหรือเเม้เเต่มุขของตอนที่พระเอกนั้นได้ไปที่ Air & Space เเล้วมีนักบินอวกาศคนเเรกได้เดินบนดวงจันทร์ ในมุขนี้หนังต้องการให้คนดูอเมริกันขำโดยการที่เขาได้พูดว่า "ก้าวเเรกของมนุษย์คนหนึ่ง นับเป็นก้าวยิ่งใหญ่ของชาติ" เเต่เท่าที่ผมได้ดูนั้นหนังก็มีมุขที่ให้คนทั้งโลกขำได้ เเต่ถ้าให้ผมสรุปของหนังนั้นผมบอกได้เลยว่า "ต้องอ่านประวัติศาสตร์ของอเมริกา" มาก่อนดูหนังเรื่องนี้ เเล้วคุณจะขำเเละยิ้มได้เกือบตลอดเรื่อง หรือไม่คุณก็ต้องเป็นคนดูหนังประจำ เพราะหนังมันมีล้อเลียนเรื่องอื่นด้วยเช่น Star Wars โดยการเอาตัวร้าย DarkVader มายำซะเละ หรือไม่คุณก็ต้องเป็นคนที่รู้เกี่ยวกับภาพศิลปะ เพราะหนังได้ล้อเลียนในเรื่องนี้อยู่นิดหน่อยเหมือนกัน หรืออีกทางเลือกสุดท้ายของคุณนั้นคือ "ทำใจให้สบาย" อย่าคาดหวังมากเกินไป คราวนี้มาพูดถึงเรื่องของสาระกันบ้างนะครับ

หนังจากผู้กำกับ Shawn Levy จากหนังเรื่อง The Pink Panther เเละหนังเเต่งงานเรื่อง Just Married ที่ทั้ง 2 เรื่องนี้ผมมีโอกาสได้ดูอยู่เรื่องหนึงคือ The Pink Panther ที่หนังนั้นรู้สึกว่า ไร้สาระ มาก นอกจากจะตลกเเป๊กอย่างเดียวเเล้ว หนังยังหาสาระไม่ได้ จนมาถึงเรื่อง Night At The Museum ที่เป็นหนังเรื่องเเรกที่ต้องขอยอมรับเลยว่า "หนังเขาดีจริงๆ" โดยการที่สาระนั้นอัดเเน่นจากคำพูดของ ประธานาธิบดี เเล้วในภาคนี้ละ สำหรับ Night At The Museum 2 เขาได้ให้อะไรกับเราบ้าง จากที่จับใจความนั้นนะครับ


1.)หนังนั้นได้ให้อะไรหลายๆอย่างกับเราเช่น คำคมเด็ด จาก อับราหัม ลินคอนล์ นั้นคือ "เมื่อบ้านเเตกเเยก [จำไม่ได้เเล้ว]" คำคมนี้ผมไม่รุว่ามีจริงๆหรือป่าวสำหรับคำพูดเท่ๆของ อับราหัม ลินคอนล์


2.)หนังนั้นได้ให้การจำกับคนดูนั้นคือการที่หนัง เล่นมุขเดิม จากภาคเเรกนั้นคือตอนที่ภาคเเรกนั้นตอนเจาะยางรถ เเล้วพอขยายออกมาเงียบ เมื่อภาคสองฉากที่ Octavius วิ่งบุกเข้ามาที่กองหญ้า เเล้วขยายออกมาข้างนอก เงียบ คุณ Shawn Levy ครับ คุณได้เตือนความจำของเราจากภาคเเรกไว้ได้ดีมาก ขอบคุณนะครับคุณ ผู้กำกับ ที่ช่วยทำให้ความจำของคนเเก่ เเละ เด็ก กลับมาอย่างราบรื่น ขอบคุณครับ.......


3.)หนังได้ให้ มิตรภาพ กับเราโดยการที่หนังได้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง หุ่นขี้ผึ้ง เเละ คนจริง ได้ดีเยี่ยมมากเลยครับ เพราะจากคำพูดของ Larry นั้นมันสื่อได้เลยว่าเขาไม่อยากจะพูด
[ไปต่อข้างล่างกันเลย]

ข้อสุดท้ายของสาระในเรื่องนี้นั้นคือ
4.)หนังได้ให้ความสนุกสนาน [ปานกลาง จนถึง น้อย] เเละนางเอกนั้นได้คัดตัวมาดีมาก ขอชื่นชมคนที่ Crew เหมือนภาคเเรกเลย
สุดท้ายเเล้ว หนังเรื่องไม่ต่างอะไรเลยจากการที่ทำมาเพื่อขายความตลก [ในบางฉาก] หรือไม่ก็ทำมาเพื่อขายคนชาติอเมริกาเหมือนกับเรื่อง Watchmen ที่ต้องศึกษามาอย่างดีกับประวัติการเมืองของบุคคลที่หนังเอามาล้อ เอาเป็นว่าหนังเรื่องนี้นั้น นอกจากจะดูคลายเครียดไปเรื่อยๆเเล้ว หนังเรื่องนี้ก็ได้ให้ข้อคิดอย่างที่ผมบอกไปเเล้วใน 4 ข้อด้านบน เเล้วหนังยังให้เรารู้ความลับของดาราอีกด้วย นั้นคือ หนังทำให้เรารู้ว่า เมื่อ Amy Adams "ใส่ชุดรัดรูป เเล้วไม่อ้วน" ...... ว่าไหมครับ สรุปสุดๆเลยละกันว่า หนังดูเอาฮาได้อย่างเดียว สาระหาได้ไม่มากก็น้อยละครับ

 


Share/Save/Bookmark
แก้ไขล่าสุด ( วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2009 เวลา 21:59 )
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช